คนที่รักธรรมชาติไม่ควรพลาดการท่องเที่ยวประเทศ Malta

สำหรับคนไทยอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับชื่อประเทศ Malta สักเท่าไหร่นัก เพราะประเทศแห่งนี้เป็นเกาะขนาดเล็ก 2 เกาะ ตั้งอยู่ในทะเล Mediterranean มีเมืองหลวงชื่อ Valletta ในอดีตประเทศแห่งนี้มีผู้เข้ามาครอบครองและก็ถูกแย่งชิงสับเปลี่ยนมือกันมาไปนับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะทั้งจากโจรสลัด , จักรวรรดิ Ottoman , กองทัพของNapoleon ฝรั่งเศส และอังกฤษ เพราะมีท่าเรือซึ่งเข้ามาจอดได้ง่าย จึงทำให้ต้องสร้างกำแพงสูงรอบเกาะเพื่อป้องกันข้าศึก

ประเทศ Malta ประกอบไปด้วย 3 เกาะ ได้แก่ Malta , Gozo , Comino โดยตั้งอยู่ระหว่างเมือง Sicilia กับชายฝั่งของแอฟริกา ได้รับการเรียกขานว่าเป็นประเทศอากาศดีที่สุดในโลก อีกทั้ง Valetta ที่เป็นเมืองหลวงยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การ UNESCO อีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในประเทศ Malta

Blue Lagoon

ความงดงามสมชื่อ เพราะน้ำทะเลเป็นสีฟ้ามรกตงดงามจริงๆ นักท่องเที่ยวสามารถมาว่ายน้ำอันแสนใสสะอาด , ดำน้ำตื้น , มีถ้ำมากมายให้สำรวจ , อีกทั้งยังเป็นสถานที่ซึ่งเหมาะสำหรับการดำน้ำลึก แต่ถ้าคุณไม่อยากลงน้ำก็สามารถนอนอาบแดดพร้อมชมวิวจากธรรมชาติของทะเล Mediterranean ได้เช่นกัน

Malta Falconry Centre

ศูนย์แสดงนกล่าเหยื่อแห่งแรกใน Malta พัฒนาขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อนำเสนอศิลปะโบราณของ Falconry เป็นการแสดงโชว์การบินของนกอันเป็นธรรมชาติและศึกษาการล่าเหยื่อของนก คุณสามารถมาชมนกนานาชนิดได้ เหยี่ยว Peregrine , นกอินทรีสีทอง , แร้งสีขาว , นกฮูกดำ , Harris Hawks , Saker Falcon เป็นต้น คุณจะได้เพลิดเพลินไปความน่ารักแสนรู้

Sannap Cliffs

มันเป็นหน้าผาสูงชัน คุณสามารถมองเห็นวิวของน้ำทะเลสีฟ้าครามได้สุดลูกหูลูกตา และจะได้ทำกิจกรรมขี่จักรยานเสือภูเขาไปรอบๆขอบของหน้าผาแห่งนี้ จุดเด่นคือ มันมีวิวอันสุดแสนจะน่าทึ่ง สำหรับคนที่ต้องการชมพระอาทิตย์ตกดินก็มาดูได้ในยามเย็น แต่ขอเตือนว่าบริเวณปลายสุดของหน้าผาค่อนข้างจะอันตราย อีกทั้งมันยังมีลมแรงมาก ดังนั้นขอแนะนำว่า คุณควรมีความระมัดระวังการถ่ายรูปตรงบริเวณขอบหน้าผาจะดีกว่า

Tarxien Temples

วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 3150 ก่อนคริสตกาล ได้ รับการยอมรับให้เป็นมรดกโลกจากองค์การ UNESCO ในปี 1992 พร้อมกับวัดแห่งอื่น ๆ บนเกาะ Malta ความน่าสนใจ คือ มันเป็นวัดหินอันมีความอุดมสมบูรณ์ มีความสลับซับซ้อนทางโบราณคดีเป็นอย่างมาก มีภาพแกะสลักของสัตว์ ในรูปโล่ที่ตั้งอยู่บนแท่นบูชา รวมทั้งได้รับการตกแต่งด้วยลวดลายเกลียวและลวดลายแบบอื่น ๆ แสดงให้เห็นถึงทักษะของผู้สร้างที่มีความชำนาญเป็นอย่างยิ่ง