ดูประเทศ MALTA แล้วย้อนกลับมาดูปัญหาความยากจนที่เห็นได้ในประเทศไทย

ประเทศ MALTA

ประเทศ MALTA เป็นอีกหนึ่งประเทศซึ่งต้องเผชิญปัญหาความยากจน ทั้งปัญหาในเรื่องของสภาพเศรษฐกิจ การใช้ชีวิตติดการพนันอย่างงอมแงม การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก รวมไปถึงการใช้สารเสพติด พ่อ-แม่ที่ไม่สามารถอยู่เป็นครอบครัวได้ ส่วนเด็กที่เกิดขึ้นจากการที่พ่อ – แม่แยกทาง ก็กลายมาเป็นภาระของชุมชนที่ต้องจ่ายเงินเลี้ยงดูทั้งๆ ที่เรื่องราวเหล่านี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้น

และปัญหาสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือเรื่องของอัตราการจ้างแรงงาน เนื่องจากนายจ้างประเทศนี้ ค่อนข้างให้ความสำคัญเฉพาะกลุ่มคนสามารถใช้แรงงานได้ ได้แก่กลุ่มคนวัยหนุ่มสาวไปจนถึงวัยกลางคน ส่วนกลุ่มคนเกษียณอายุ หรือ กลุ่มเด็กๆ ก็จะถูกมองข้าม ส่งผลให้เกิดความยากจนกับครอบครัวที่มีคนวัยนี้อยู่เยอะ พูดง่ายๆคือ ถ้าครอบครัวไหนมีเด็กหรือคนชราเยอะกว่าคนทำงานได้ ก็จะเกิดปัญหาทันที

เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาความยากจนอีกข้อหนึ่งของประเทศ MALTA  คือนายจ้างต้องพยายามเปิดโอกาสให้กับกลุ่มคนจำพวกนี้ เนื่องจากบางครั้งกลุ่มคนเหล่านี้อาจมีความสามารถไม่ด้อยไปกว่าคนวัยทำงานเลย อย่าเอาเรื่องของอายุมาเป็นตัวกำหนดเพียงอย่างเดียว ถ้าพวกเขาไม่ได้ทำงานก็ไม่มีเงินเอาไว้จุนเจือครอบครัว ส่งผลอันใหญ่โตต่อสังคมของมอลตาอย่างร้ายกาจ เพราะฉะนั้นนายจ้างก็จำเป็นต้องเปลี่ยนทัศนคติอันมีต่อลูกจ้างให้หมด เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้และหมดสิ้นปัญหานี้

การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำและเพิ่มสวัสดิการต่างๆ

ปัญหาเรื่องความยากจนของประชาชนส่วนหนึ่งไม่ว่าประเทศใด หรือแม้แต่ประเทศไทยเอง มีสาเหตุมาจากรัฐบาลจัดสรรสวัสดิการรวมทั้งค่าแรงขั้นต่ำให้กับประชาชนอย่างไม่พอเหมาะ ประเทศ MALTA เองก็เป็นเช่นเดียวกับประเทศไทย ที่ปัญหาความยากจนส่วนหนึ่งเกิดจากการที่รัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้อย่างมีคุณภาพ ประเทศ MALTA มีค่าแรงขั้นต่ำน้อยมากๆ เพราะฉะนั้นถ้าต้องเปลี่ยนแปลงปัญหานี้ ก็ต้องเริ่มจากแนวทางการบริหารประเทศใหม่ด้วยการวางนโยบายการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำให้กับประชาชน เท่านั้นยังไม่พอสวัสดิการพื้นฐานบางอย่าง ก็ต้องเพิ่มการสนับสนุนด้วยเช่นเดียวกัน เช่น การประกันสังคม , การรักษาพยาบาล , การศึกษา เป็นต้น ปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้ คือสิ่งที่รัฐบาลต้องให้การสนับสนุนมากกว่าเดิม ซึ่งประเทศไทยเองก็ต้องทำเช่นนี้ด้วย เพราะไม่ว่าประชาชนในประเทศต่อให้มีความเก่งกาจ มีความรู้ความสามารถมากมายขนาดไหนแต่ถ้าหากขาดการสนับสนุนอันดีจากภาครัฐ มันก็เป็นเรื่องไม่มีประโยชน์อันใดเลย เพราะฉะนั้นเมื่อประเทศ MALTA เองก็รู้ว่าพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาเรื่องความยากจน รัฐบาลจึงต้องเป็นผู้เข้ามาโอบอุ้มและช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนมีการพัฒนาชีวิตดีกว่าเดิม ส่วนรัฐบาลไทยก็ควรเอาเยี่ยงอย่าง