เปิดประสบการณ์ใหม่กับประเทศ ‘Malta’

เปิดประสบการณ์ใหม่กับประเทศ ‘Malta’

สาธารณรัฐ Malta’ เป็นประเทศหมู่เกาะ ตั้งอยู่ในเขตทะเล Mediterranean ทางตอนใต้ของยุโรป เลยลงมาทางตอนใต้ของอิตาลี อยู่ห่างจากเกาะ Sicily ประมาณ 97 กิโลเมตร โดยสภาพภูมิอากาศของประเทศ Malta ถือว่าดีมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป มีอุณหภูมิเฉลี่ย 21 องศาเซลเซียสในช่วงกลางวัน มีแสงแดดอันอบอุ่นสาดส่องเฉลี่ยวันละ 5.2 ช.ม. แม้กระทั่งในเดือนสุดท้ายของปี ขณะที่หลายประเทศในแถบยุโรปกำลังมีหิมะตกหนัก อีกทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับสภาพอากาศอันสุดแสนจะหนาวเหน็บ แต่ Malta กลับแทบไม่เคยได้พบเจอกับหิมะเลย แต่บางครั้งอาจมีฝนตกหนักบ้างในบางช่วง แต่ก็จะเกิดขึ้นในชั่วระยะเวลาเพียงสั้นๆเท่านั้น

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งซึ่งหลงใหลในการดำน้ำและล่องเรือใบ Malta คือดินแดนที่คุณต้องมาเยือน แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบทำกิจกรรมทางน้ำก็ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้เลือกทำอีกมากมาย เช่น ตีกอล์ฟ , ขี่ม้า , แข่งวิ่ง และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย หรือถ้าคุณเป็นคนที่ชอบดูภาพยนตร์ , ฟังเพลงคลาสสิก ท่ามกลางบรรยากาศวินเทจย้อนยุค ขอแนะนำให้เดินทางไปยังเมืองหลวงของ Malta ซึ่งมีชื่อว่า ‘Valletta’ อันเป็นสถานที่ตั้งของโรงภาพยนตร์อันเก่าแก่อันดับ 2 ของยุโรป โดยจะมีการแสดง Opera , ละครเวที , ฉายภาพยนตร์ รวมถึงการแสดงดนตรี และบัลเล่ต์ ให้ชมกันอย่างเต็มที่ตลอดช่วงเดือนตุลาคม-พฤษภาคม นอกจากนี้ความน่าสนใจอีกอย่างของ Valletta คือ ประกอบด้วยอาคารสถาปัตยกรรมของศตวรรษที่ 16 หลายหลัง สร้างในช่วงสมัยปกครองโดยThe Knights of the Order of St John of Jerusalem เมืองแห่งนี้มีเอกลักษณ์พื้นฐานของสถาปัตยกรรมแบบ Baroque บวกกับองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมฟื้นฟูศิลปวิทยา สถาปัตยกรรมฟื้นฟูคลาสสิก รวมทั้งสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ในบางแห่ง ถึงแม้ว่าจะเกิดความเสียหายครั้งยิ่งใหญ่กับเมืองแห่งนี้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ Valletta ก็ได้รับประกาศอย่างเป็นทางการจากองค์การ UNESCO ให้เป็นมรดกโลกในปี 1980

‘สาธารณรัฐ Malta’ เป็นประเทศซึ่งประกอบด้วยเกาะหลักๆ จำนวน 3 เกาะ ได้แก่ Malta , Gozo , Comino เมืองหลวงอย่างที่กล่าวไปในข้างต้น คือ Valletta  , Malta มีขนาดเล็กมาก ถ้าคุณขับรถจากทางทิศเหนือลงไปทางทิศใต้ของเกาะอย่างไม่เร่งรีบก็ยังใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ หากแต่รายละเอียดและความน่าสนใจเยอะมาก

ในอดีตประเทศแห่งนี้ถูกมหาอำนาจผลัดกันยึดครองเปลี่ยนมือกันไปมาจนสุดท้ายแทบไม่มีของมีค่าอะไรเหลือ จึงปราศจากความหรูหราอลังการ และสถานที่ช็อปปิ้ง แต่สำหรับคนที่ชอบเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ชอบมนต์ขลังอันมีเสน่ห์เฉพาะตัวแล้วล่ะก็ Malta ก็เป็นประเทศอันมีเสน่ห์น่ามาเปิดประสบการณ์ใหม่มากเลยทีเดียว