วิธีช่วยลดปัญหาความยากจนในประเทศ Malta

NGDO

พยายามเปลี่ยนวิธีการจ้างแรงงานรูปแบบใหม่ ปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดความยากจนในประเทศมอลตาก็คือเรื่องของอัตราการจ้างแรงงาน สืบเนื่องมาจากว่านายจ้างในประเทศแห่งนี้ค่อนข้างที่จะให้ความสำคัญเฉพาะกลุ่มคนที่สามารถใช้แรงงานได้ นั่นก็คือกลุ่มคนที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวจนถึงวัยกลางคน ส่วนกลุ่มคนที่อยู่ในวัยเกษียณอายุ หรือ กลุ่มเด็กๆ ทั้งหลายจะถูกมองข้ามจากนายจ้างทันทีนั่นส่งผลให้เกิดความยากจนขึ้นกับกลุ่มคนที่มีครอบครัวอยู่ในวัยนี้เยอะ กล่าวง่ายๆ ก็คือ หากครอบครัวไหนมีเด็กหรือคนชราเยอะกว่าคนที่ทำงานได้ก็จะเกิดปัญหาเรื่องความยากจนทันที ด้วยเหตุนี้เองปัจจัยสำคัญของการแก้ปัญหาความยากจนอย่างหนึ่งในประเทศมอลตาก็คือนายจ้างต้องพยายามเปิดโอกาสให้กับกลุ่มคนที่สามารถทำงานได้แม้ว่าจะมีอายุไม่ถึงเกณฑ์หรือเกินจากเกณฑ์ปกติก็ตามที เพราะบางครั้งคนเหล่านี้เขาอาจมีความสามารถไม่ได้ต่างไปกว่าคนในวัยทำงานเลยเพียงแต่เรื่องของอายุมาเป็นตัวปิดกั้นไม่ได้ให้เขาได้ทำงาน เมื่อไม่ได้ทำงานก็ไม่มีเงินทองที่จะเอาไว้สำหรับจุนเจือครอบครัว ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่อย่างมากในสังคมของมอลตา นายจ้างจำเป็นต้องเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อลูกจ้างใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ประเทศยังคงสามารถเดินหน้ากลายเป็นประเทศที่ไม่มีปัญหาเรื่องความยากจนของประชาชนทุกกลุ่ม การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำและสวัสดิการต่างๆ ให้ดีมากยิ่งขึ้น ปัญหาเรื่องความยากจนส่วนหนึ่งไม่ว่าประเทศใดก็ตามเกิดจากการที่รัฐบาลจัดสรรสวัสดิการบางอย่างรวมถึงค่าแรงขั้นต่ำให้กับประชาชนในประเทศไม่ได้อย่างที่ควรจะเป็น ประเทศมอลตาเองก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ปัญหาความยากจนส่วนหนึ่งเกิดจากการที่รัฐบาลของประเทศยังไม่สามารถบริหารประเทศได้อย่างที่ควรจะเป็น ประเทศมอลตาจัดได้ว่าเป็นประเทศที่ค่าแรงขั้นต่ำน้อยมากๆ ประเทศหนึ่งหากเทียบกับประเทศอื่นๆ ในยุโรป นี่จึงเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าหากพวกเขาต้องการหลุดออกจากความยากจนก็จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงแนวทางการบริหารประเทศใหม่ด้วยการวางนโยบายการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำให้กับประชากรในประเทศ รวมถึงสวัสดิการบางอย่างก็ควรต้องให้การสนับสนุนด้วยเช่นเดียวกัน อาทิ เรื่องเกี่ยวกับการประกันสังคม การรักษาพยาบาล หรือแม้แต่เรื่องของการศึกษา ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องให้การสนับสนุนมากกว่าที่เป็นอยู่ ประชาชนในแต่ละประเทศต่อให้มีความรู้ความสามารถมากขนาดไหนแต่ถ้าหากขาดการสนับสนุนที่ดีจากภาครัฐมันก็แทบจะไม่ได้หลงเหลือประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้นจากเรื่องของความเก่งกาจทั้งหลาย เมื่อมอลตาเองรู้ว่าพวกเขากำลังเผชิญกับปัญหาเรื่องความยากจน รัฐบาลจึงถือว่าเป็นผู้ที่ต้องเข้ามาโอบอุ้มและช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้มากขึ้นกว่าเดิม http://www.timesofmalta.com/articles/view/20100301/local/solutions-to-poverty.296222   การจ้างแรงงานรูปแบบใหม่

เกี่ยวกับประวัติในประเทศ Malta

NGDO

ประเทศมอลตาหรือชื่ออย่างเป็นทางการก็คือ สาธารณรัฐมอลตา เป็นประเทศที่มีลักษณะเป็นเกาะขนาดเล็กอยู่ 2 เกาะในทะเลเขตเมดิเตอร์เรเนียน มีเมืองหลวงที่ชื่อวัลเลตตา ลักษณะของประเทศตั้งอยู่ทางตอนใต้ของยุโรป ใกล้ๆ กับประเทศอิตาลี ถือว่าเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจมากๆ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ค่อนข้างยาวนานในทวีปยุโรป รวมไปถึงยังเป็นประเทศที่มีการแย่งชิงจากเหล่านักล่าอาณานิคมทั้งหลายอีกด้วย ต้องบอกเลยว่าแม้จะเป็นประเทศเล็กๆ แต่มีความไม่ธรรมดาซ่อนอยู่ ประวัติศาสตร์ของมอลตา มอลตาเป็นอดีตประเทศอาณานิคมของประเทศอังกฤษมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2344 ก่อนที่จะได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2507 ซึ่งก็ได้รับการช่วยเหลือเกี่ยวกับการป้องกันประเทศรวมถึงเรื่องของการเงินตามข้องตกลงที่ได้ทำเอาไว้กับอังกฤษเป็นระยะเวลารวม 10 ปี เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสหประชาชาติตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2507 แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในเครือของจักรภพอังกฤษ ในช่วงสงครามเย็นรัฐบาลของมอลตาได้มาจากพรรคแรงงาน ซึ่งค่อนข้างมีความชื่นชอบในระบบสังคมนิยมกับชาตินิยม ทำให้ได้จัดสร้างนโยบายประเทศด้วยการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดอย่างจริงจัง พร้อมทั้งขอยกเลิกข้อสัญญาต่างๆ ที่ได้ทำไว้กับอังกฤษด้วย แต่ขอทำสัญญาใหม่เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจว่ามอลตาจะได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบจากการที่มีฐานทัพของนาโตประจำอยู่ที่มอลตา นอกจากนี้มอลตาเองยังมีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การค้า กับหลากหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ อิตาลี สหภาพโซเวียต จีน กลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก ลิเบีย และตูนีเซีย พร้อมกันนี้ยังยินยอมที่จะขอความช่วยเหลือด้านวิชาการจากการเข้ามาให้ความรู้ของประเทศต่างๆ ด้วย ต่อมามอลตาได้ยอมถอนตัวจากการเป็นสมาชิกไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดนับตั้งแต่ยอมเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ซึ่งจากการที่พวกเขาได้กระทำตรงนี้ทำให้เริ่มมีบทบาทเกี่ยวกับด้านของเศรษฐกิจในทวีปยุโรปมากขึ้น นอกจากนี้ยังสร้างความสัมพันธ์อันดีทั้งในด้านการเมือง ศาสนา …

ปัญหาของชุมชนที่ยากจนเกิดจากการติดพนันและสิ่งเสพติด

NGDO

เชื่อว่าปัญหาหนึ่งของทุกๆ ประเทศ ทุกชุมชน หรือทุกพื้นที่บนโลกใบนี้ส่วนหนึ่งหากเกิดขึ้นจริงมันก็พอจะจินตนาการได้ว่ามีปัจจัยหลักที่คล้ายๆ กันอย่างหนึ่งก็คือ เรื่องของการมียาเสพติดกับการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง สิ่งเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำให้พื้นที่ไหนหรือบริเวณใดได้รับสิ่งดีๆ กลับมาเลย เช่นเดียวกับคนในชุมชนของประเทศมอลตา ปัญหาอย่างหนึ่งที่พวกเขาได้รับมาตลอดที่เป็นสาเหตุทำให้พวกเขายังคงยากจน มีปัญหาในเรื่องของสภาพเศรษฐกิจ การใช้ชีวิตก็มาจากเรื่องของการพนันอย่างบาคาร่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการใช้สารเสพติด ซึ่งนั่นส่งผลไปยังพ่อแม่ที่ไม่สามารถจะอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวได้ เมื่อไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ก็จำเป็นจะต้องแยกทางกันไป เด็กที่เกิดขึ้นมาก็กลายเป็นภาระของชุมชนที่จำเป็นต้องหาเงินเลี้ยงดูทั้งๆ ที่สิ่งเหล่านี้มันไม่ควรจะเกิดให้เป็นต้นเหตุของความยากจนได้เลย ที่สำคัญไม่ใช่แค่เด็กเท่านั้นกับการถูกปัญหาของการพนันและสิ่งเสพติดทำให้ชีวิตของพวกเขาต้องลำบาก คนแก่ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีก็เป็นอีกคนที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้โดยตรง นับว่าเป็นสิ่งที่ย่ำแย่อย่างมากต่อการใช้ชีวิตในมอลตา ปัญหาความยากจนที่เกิดจากการขยายตัวของเศรษฐกิจรวดเร็วเกินไป ประเทศมอลตาจัดได้ว่าเป็นประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งของทวีปยุโรป เมื่อตอนที่พวกเขาได้รับการประกาศให้เป็นประเทศมันเลยทำให้เหมือนกับว่าเป็นการเปิดโลกใหม่ให้กับประชากรรวมไปถึงผู้ที่ต้องการเข้ามาแสวงหาประโยชน์ในประเทศแห่งนี้ ทำให้เรื่องของการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่นั่นกลับกลายเป็นดาบสองคมที่มาทำร้ายกลุ่มชุมชนชั้นแรงงานเข้าอย่างจัง เมื่อกลุ่มแรงงานที่หันมาถูกใช้แรงงานกลับได้ค่าตอบแทนที่ไม่สมน้ำสมเนื้อเหมือนอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ เกิดเป็นปัญหาให้กับครอบครัวของผู้ใช้แรงงานทั้งหลายที่ไม่สามารถหาเงินมาใช้จ่ายกับครอบครัวได้อย่างที่ควรจะเป็น การเสื่อมไปของผู้คนที่ทำงานก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ  ทำให้สถานะทางแรงงานเกิดความไม่คงเส้นคงวา เกิดปัญหาการว่างงานเพิ่มมากขึ้นจากกลุ่มคนที่รู้สึกว่าไม่ต้องการถูกเอารัดเอาเปรียบ เมื่อเกิดการว่างงานมากขึ้นก็ยิ่งส่งผลไปสู่เรื่องของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายภายในครอบครัวเองก็น้อยลงตามไปด้วยเช่นเดียวกัน นี่จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลของมอลตาจำเป็นต้องยื่นมือเข้ามาเพื่อช่วยเหลือชีวิตความเป็นอยู่ของทุกๆ คนให้ดีขึ้นยิ่งกว่าเดิม ไม่อย่างนั้นการใช้ชีวิตย่อมเกิดปัญหาขึ้นได้ตลอดเวลาถ้าหากว่าไร้ซึ่งทางออกที่เหมาะสม     https://en.wikipedia.org/wiki/Economy_of_Malta https://borgenproject.org/poverty-in-malta/